doll.

posted on 08 Jun 2006 21:53 by cloud-nine  in story

บนถนนสายหนึ่ง
ในเมืองที่มักจะมีหิมะตกอยู่เสมอ
ยังมีร้านอยู่ร้านหนึ่ง...
เป็นร้านที่เก่าซอมซ่อพอดู
ตั้งอยู่บนมุมเล็กๆที่ไม่ค่อยจะมีใครสนใจมุมหนึ่งของถนน
ร้านที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆมักจะชี้ และรบเร้าให้พ่อแม่ของเธอเข้าไปเสมอ

ร้านนั้น....
คือร้านของช่างทำตุ๊กตา


ในวันหนึ่งที่เกล็ดหิมะยังคงโปรยปรายดังเช่นเคย
ช่างทำตุ๊กตานำตุ๊กตาตัวใหม่ของเขาไปวางที่ตู้โชว์หน้าร้าน
ตุ๊กตาของเขาคงสวยพอดู....เพราะมันเรียกผู้คนที่ผ่านไปมาให้หยุดดูได้อยู่จำนวนหนึ่ง....  

ผู้คนกลุ่มใหญ่....ในวันที่หนาวเหน็บ....
ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของตู้โชว์.....

ลมหายใจอุ่นๆรดลงบนแผ่นกระจกใสเกิดเป็นรอยฝ้าจางๆ



อีกฟากหนึ่งของกระจกที่เย็นชืด....
ตุ๊กตาที่ไร้ซึ่งลมหายใจถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
ลูกแก้วพลาสติกสีสวยที่ถูกยัดลงแทนดวงตาเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
รอยยิ้มที่ถูกวาดติดยังคงผลิยิ้มออกมาอย่างไร้เหตุผล  


ไม่มีใครรู้ว่าตุ๊กตาคิดอย่างไร


ถ้าพูดได้....
มันอาจอยากเป็นฝ่ายที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของกระจกนั่น
ถ้าพูดได้....
มันอาจอยากออกไปยืนท่ามกลางความเหน็บหนาวนั้น....เฝ้ามองลมหายใจที่ค่อยๆบิดตัวกลายเป็นไอหมอกในบรรยากาศ 

ถ้าพูดได้....
บางที....

มันอาจจะอยากมีลมหายใจ


เสียงผู้คนข้างนอกพร่ำพูดถึงผิวเรียบเนียนน่าสัมผัสของตุ๊กตาตัวสวย
...หรือเส้นผมละเอียดสีอ่อนที่ถูกจัดทรงไว้อย่างสวยงาม


มีเพียงเจ้าตุ๊กตาที่รู้
ว่าถ้าหากสัมผัสผิวที่เรียบสวยนี้แล้ว
สิ่งที่ตอบกลับบนปลายนิ้วคงเป็นเพียงความเย็นชืดจากกระเบื้องเคลือบแต้มสีนี้
มีเพียงเจ้าตุ๊กตาที่รู้
ว่าแท้จริงแล้ว....เส้นผมที่ดูละเอียดอ่อนนี้เคยเป็นใยสังเคราะห์หยาบกระด้างที่ถูกย้อมสีเคมีมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง....


และมีเพียงเจ้าตุ๊กตาที่รู้....
ว่าภายใต้รอยยิ้มน่าขันนี้.....
มีความปรารถนาอย่างหนึ่งที่อัดแน่นอยู่

ความปรารถนาที่จะมีชีวิต


ผู้คนที่รอบล้อมอยู่นอกกระจกบางตาลงแล้ว
พวกเขาจากตุ๊กตาตัวสวย
ตุ๊กตาที่ไร้ลมหายใจ

ไปหาสิ่งที่มีอารมณ์
มีความรู้สึก
ไปหาสิ่งที่มีชีวิตชีวามากกว่านี้


ช่างทำตุ๊กตาเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ
ทั้งความคิด...และความปรารถนาของตุ๊กตานั้น...แน่นอน...ว่าคนที่เป็นผู้สร้างย่อมรับรู้ได้
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำให้ความฝันของเจ้าตุ๊กตาเป็นจริง

แต่เพราะเขาทำไม่ได้ต่างหาก....  


เขาใส่ความสวยงามลงบนใบหน้าของตุ๊กตา
เขาใส่ความเรียบลื่นลงบนผิวกระเบื้องเคลือบของตุ๊กตา
เขาใส่ความอ่อนหวานลงบนชุดสีสวยของตุ๊กตา

เขาใส่ทุกอย่างเท่าที่จะใส่ได้

แต่ก็เป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น

เพราะไม่ว่าอย่างไร
เขาก็ไม่สามารถใส่ ลมหายใจ ลงไปในตัวคุ๊กตาได้

สุดท้ายแล้ว
ตุ๊กตาก็ยังคงเป็นได้แค่ตุ๊กตา

ไร้อารมณ์....ไร้ความรู้สึก...
เป็นเพียงสาวน้อยไร้วิญญาณที่ถูกจับแต่งตัวสวยเท่านั้น


ช่างทำตุ๊กตาหัวเราะปลงๆ
สุดท้ายเขาก็เป็นได้แค่นี้ล่ะ....

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้เก่าซอมซ่อ  ตรงไปยังที่ตั้งของตุ๊กตาตัวสวยนั้น

ไม่มีBlue fairy
ไม่มีไม้กายสิทธิ์ที่โบกขึ้นสามครั้ง แล้วจะทำให้เธอมีชีวิตหรอกนะ...สาวน้อยของฉัน

มีเพียงฉัน....เจ้าช่างทำตุ๊กตาโง่ๆคนนี้ล่ะ..... 


ฉันจะทำให้เธอมีชีวิตขึ้นมาเอง



หยดเลือดสีสดรินระเรื่อยผ่านบนแก้มเนียนของตุ๊กตา....  


ช่างทำตุ๊กตาเอนหลังพิงกับผนังอย่างอ่อนเพลีย ของเหลวสีแดงยังคงไหลหยดลงบนร่างเปราะบาง 

...ตื่นขึ้นมาสิ....แม่สาวน้อย... 
ช่างทำตุ๊กตายกแขนขึ้นเหนือร่างนั้น  บาดแผลที่เปิดอ้าเผยให้เห็นเส้นเลือดฉีกขาดที่ยังเต้นตุบๆ
หยดแต้มสีแดงถูกดูดซึมด้วยผ้าเนื้อดีจากชุดของตุ๊กตา ลูกไม้สีเข้มที่ขลิบระบายถูกย้อมเป็นสีแดง

ตื่นขึ้นมาสิ....แม่พิน็อคคิโอคนสวย....
นี่ไม่ใช่หรือ...?

.....สิ่งที่เธอต้องการ....

ชีวิต....
ลมหายใจ...
 

....เลือดเนื้อ.... 

ฉันกำลังให้เธออยู่นี่ไง.....
เพราะฉะนั้น........

ลืมตาขึ้นมารับลมหายใจของเธอซะสิ



ลมหายใจของช่างทำตุ๊กตาขาดห้วง...
สีของเลือดที่เคยดูสดกลับค่อยๆคล้ำลง
สติที่เคยมีอยู่ ค่อยๆถูกมือที่มองไม่เห็นดึงให้ห่างออกไปช้าๆ

ช่างทำตุ๊กตา....
กำลังยิ้ม... 

ในความคิดของเขา
ลมหายใจที่เขาละทิ้ง.... กำลังถูกถ่ายทอดลงยังร่างของตุ๊กตาในอ้อมแขน
มือหยาบกร้านเอื้อมออกไปปัดเส้นผมที่ปรกลงบนใบหน้าของตุ๊กตาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตอย่างทะนุถนอม.

แล้วเจอกันนะ....
ยามที่เธอลืมตาขึ้น...
แล้วเติบโตเป็นสาวสวย....

เป็นคนที่ผู้คนต่างเฝ้ามองอย่างชื่นชม....
เป็นคนที่ผู้คนปรารถนา....

ถึงตอนนั้น....
เธอคงเป็น...
สาวที่สวยที่สุดในเมืองแน่ๆเลย..... 



ในห้วงคำนึงสุดท้ายของช่างทำตุ๊กตา
ไม่ว่ามันจะเป็นความฝัน.....หรือความจริง....
สิ่งสุดท้ายที่ช่างทำตุ๊กตาเห็น
คือสีระเรื่อบนแก้มของร่างในอ้อมแขน
สัมผัสอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบาง
ดวงตากลมโตคู่สวยที่ค่อยๆหรี่ปรือขึ้นมอง
และรอยยิ้มอ่อนโยน ทว่าแสนเศร้า.... 

และถ้ามัจจุราชจะปราณี ต่อเวลาให้ช่างทำตุ๊กตาอีกนิด
เขาคงจะได้ยิน....
เสียงที่อ่อนหวานที่สุด เท่าที่เขาเคยได้ยินมา...กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู 

... ขอบคุณค่ะ... 



ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว!!!”                   แกตายได้สี่ห้าวันแล้วล่ะ...."
         
                                                            "ตอนตำรวจไปพบศพเข้า..."
              ที่ร้านตรงมุมถนนโน้นไง

เพราะเพื่อนบ้านไปแจ้งเข้านั่นล่ะ...ไม่งั้นก็ไม่มีใครรู้หรอก... 

ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว....

                                                    “ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว....  


                                                  
ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว....



ตำรวจได้รับแจ้งในสี่ห้าวันต่อมา
จากเพื่อนบ้านที่ร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นเน่าที่น่ารำคาญ

เมื่อไปถึง
ตำรวจพบศพของช่างทำตุ๊กตาในห้องน้ำ
ในมือกำมีดแกะสลักเล่มเล็กเอาไว้แน่น....

แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ....
ยังมีอีกศพหนึ่งที่นอนอยู่เคียงข้างไม่ห่างออกไป....

ศพของเด็กสาวหน้าตางดงามราวกับตุ๊กตา..... 



งานศพของช่างทำตุ๊กตาดำเนินไปอย่างราบเรียบในบ่ายวันหนึ่ง
ไม่มีคนร้องไห้
ไม่มีใครคร่ำครวญ

การจากไปของช่างทำตุ๊กตาเป็นเหมือนเพียงสิ่งหนึ่งที่ผ่านไป

เหมือนกับนกที่บินออกจากรัง
เหมือนกับหิมะที่หยุดตก

ผู้คนหันหลังกลับไปทำกิจวัตรดั่งเช่นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น


อีกที่หนึ่งไม่ไกลออกไป
งานศพอีกงานกำลังเริ่มขึ้น

งานศพของเด็กสาวนิรนาม

ผู้คนมากมายมาร่วมงานศพนั้น
บ้างเพื่อมาดูว่าเป็นญาติของตนที่สูญหายไป
บ้างเพื่อมาดูว่าเป็นคนรักของตนที่ไม่ได้พบกันร่วมสิบปี
เสียงร่ำไห้ดังขึ้นแผ่วเบาจากครอบครัวที่คิดว่าใช่
ก่อนที่ความโศกเศร้าจะแผ่ขจายไปทั่วบริเวณ.... 

ร่างบอบบางที่อยู่ในโลงไม้ดูราวกับว่าหลับไปเท่านั้น
ผิวขาวราวกับน้ำนม
แต่ก็ยังมีสีระเรื่อฝาด
ริมฝีปากอิ่มสีอ่อนที่ดูราวกับว่ากำลังอมยิ้มอยู่น้อยๆ

เสียงใครบางคนกล่าวขึ้นลอยๆในความเงียบ

หากเธอยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็....

เธอคงเป็นสาวที่สวยที่สุดในเมืองนี่แน่เลย....       

edit @ 27 Mar 2008 23:01:14 by yukiran

anything.

posted on 31 May 2006 16:24 by cloud-nine  in poem

"Come away with me...?"

"............."

"I'll be with you forever."

"............."

"I'll be anything you want."

"............."


"I'll be your cloudless sky if you need no rain.
I'll be your doll if you want to play.
I'll be your razor if you want some blood.
I'll be your tourniquet if you want to stop the blood."

"............."

"I'll be your slave. I'll be obedient.
I'll be your master. I'll be your manipulator."

"............."

"I'll be anything...
I am adaptable to people's desire."

"............."

"I'm good at that, you know?
I can be your everything.

...really...everything.........."

"............."





"So what am I?"

"............."

"With nobody to please?"

"............."

"I am...."

"............."

"..well...I am..."

"............."

".......I am....."

"............."

"................"






"but..you're coming with me..right?"

"................"

"....please?....."

"................"

"I'll be nice."

"................"





".....please....."

"................"

"Say something."

"................"

"..anything......"

"................"

"................"





"oh, that's right."

"................."

"................."

"................."

"wall can't talk.."

"................."

 

...........................................................................................

*เอาtextมาลงกันเน่า แต่ดูท่าtextก็เน่าพอกัน...เหอๆๆ...textรวยจุด...

ต่อไปนี้ก็จะเริ่มเอาของเก่ามาหากินก่อน...เพราะฟิคแต่งใหม่หลายเรื่องไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ(หรือเริ่ม...)
คราวหน้าจะเอาdoll seriesมาลง ที่จริงมีตอนสองที่แต่งเสร็จนานแล้วแต่ไม่ได้ลงต่อเพราะเรื่องที่ไดเก่าเมื่อครั้งกระนู้น~ คราวนี้เลยจะเอาตอนแรกมาลงentryหน้าแล้วค่อยต่อตอนสองในentryต่อไป~ เย่~

ไม่ได้แต่งนาน ห่วยลงเป็นบ้า แต่ช่างเถอะ~ แค่กันเน่าล่ะเน่อ~~

edit @ 27 Mar 2008 17:49:53 by yukiran

skyhigh.

posted on 15 Oct 2005 20:43 by cloud-nine  in story

ทุกอย่างที่นี่เป็นสีขาว

พื้น กำแพง เพดาน หรือแม้แต่ชุดที่ผมสวมใส่อยู่ ทั้งหมดล้วนเป็นสีขาว ขาวหมดจดไร้รอยตำหนิ สมบูรณ์แบบเกินจริง...
พื้นที่สีขาวคืบเคลื่อนกลืนกินบริเวณไปมากเท่าไหร่ไม่รู้....อาจเลาะเรื่อยไปถึงภายนอก....
ภายนอกของอะไรล่ะ? บางทีทั้งหมดอาจเหลือเพียงเท่านี้ โลกทั้งหมดเหลือเพียงเท่านี้ บางทีโลกทั้งหมดอาจกลายเป็นเพียงวัตถุทรงกลมสีขาว

สีขาวชืดชา...หยาบกระด้างเกินกว่าจะเรียกว่าบริสุทธิ์....

ผมนั่งอยู่ในพื้นที่สีขาวนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...
เวลาได้สูญสิ้นความหมายในตัวมันไปแล้ว เหลือสถานะอยู่เพียงก้อนคำไร้แก่นสารที่ฝังติดอยู่ในสมอง
สายตาของผมไม่ได้เจาะจงไปยังสิ่งใด ที่จริงแล้ว เพราะไม่มีสิ่งใดให้จับจ้องต่างหาก ทั้งหมดเป็นสีขาว ไม่ว่าจะหันไปทางใด บางครั้ง ผมคิดไปเองว่า ในความจริง อาจไม่มีสีสันใดปรากฏอยู่เลยก็ได้ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าอาจเป็นเพียงพื้นที่โล่งกว้างว่างเปล่า หรือที่จริง อาจเป็นประสาทตาของผมที่เสียการรับรู้ไปแล้ว

สีขาวทำให้ผมนึกถึงเมฆ...
ก้อนปุยสีขาวนุ่มนวลลอยเอื่อยอยู่บนฟ้าคราม บิดตัวสลายไปเมื่อคว้าจับ ทิ้งสัมผัสเบาบางหลงเหลือไว้บนฝ่ามือ
เมื่อครั้งที่ผมยังไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมจำได้ว่าเคยแหวกว่ายอยู่ในทะเลเมฆไม่รู้เบื่อ สายลมเย็นพัดเรื่อยผ่านใบหน้า อากาศบนท้องฟ้าเย็นสบายกว่าที่นี่นัก...
สีขาวของที่นี่ต่างออกไป...
สีขาวสะอาดหมดจด หยาบแข็งไร้ชีวิต ราวผิวซีดจางของคนตายที่มองเห็นสายเส้นเลือดคล้ำม่วง คนตายที่ดูดเอาชีวิตของสิ่งรอบข้างด้วยความมืดมนหดหู่....คนตายที่กำลังดูดเอาชีวิตไปจากผมทีละน้อย...

ผมอยากออกไปจากที่นี่

บางครั้ง กลุ่มคนในชุดขาวจะมาที่นี่....
พวกเขาก้าวออกมาจากกำแพงขาวด้านหนึ่ง ราวหลุดออกมาจากโลกอีกใบ - - โลกคู่ขนาน, ผมคิดในบางที กลุ่มคนในชุดขาวมีทั้งชายและหญิง ล้วนแต่งกายด้วยชุดสีขาวหมดจด หญิงบางคนสวมหมวกรูปร่างประหลาดบนศีรษะ ทุกคนในกลุ่มเรียกเธอเหล่านั้นด้วยสรรพนามที่ต่างออกไป.... คุณพยาบาล.... ผมเคยได้ยินชายคนหนึ่งในกลุ่มเรียกเช่นนั้น

คนกลุ่มนี้ตัดปีกของผมไป...

ผมเคยมีปีกสีขาวบริสุทธิ์คู่หนึ่งบนแผ่นหลัง
ด้วยปีกคู่นั้น ผมสามารถไปที่ใดก็ได้ตามต้องการ สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า กลุ่มมวลหมู่เมฆนวลตา ยอดเขาสูงที่ไม่มีใครเคยเหยียบย่าง หาดทรายนุ่มสวยบนเกาะร้างที่ตกสำรวจ

จนกระทั่งเมื่อผมมาที่นี่
พวกเขาตัดปีกของผมไปทันทีที่แรกเห็น....
การกระทำโหดร้ายทรมาน เมื่อผมถามถึงเหตุผล พวกเขากลับปฏิเสธการมีอยู่ของปีก กล่าวว่าพวกเขาไม่เคยทำการใดๆที่ผมว่าทั้งสิ้น กล่าวว่าผมไม่เคยมีปีกมาตั้งแต่แรก
คนพวกนั้นโกหก
บางที...พวกเขาอาจกำลังกลัว...
มนุษย์กลัวในสิ่งที่ตนไม่รู้จัก....กลัวในสิ่งที่ตนหาคำอธิบายไม่ได้....
พวกเขากลัวผม...
เพราะเหตุนี้....ผมถึงได้มาอยู่ในที่นี่
ในสีขาว...


อาการเป็นยังไง
วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่กลุ่มคนในชุดขาวมาที่นี่ ชายวัยกลางคนที่ดูจะเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยถามหญิงสวมหมวกประหลาดคนหนึ่ง เธอก้มลงมองกระดาษรายงานบนคลิปบอร์ดในมือ
เหมือนเดิมค่ะ ดูจะแย่กว่าตอนที่เข้ามาซะอีก วันๆไม่พูดจา เอาแต่จ้องผนังเอาเป็นเอาตาย
ให้TCAs?
ค่ะ 250มิลลิกรัมทุกสองชั่วโมงตามที่สั่งค่ะ
เพิ่มเป็น500แล้วเปลี่ยนเป็นฉีดทุกสี่ชั่วโมง เอ้า...นักศึกษา case study ของเราวันนี้มีอาการ delusional thinking, pseudologia fantastica เป็น schizophrenia ประเภท schizotype มีคนพบเร่ร่อนอยู่ข้างถนน จึงนำมารับการรักษา...
เสียงทุ้มต่ำกล่าวเรียบเรื่อย ไม่มีสักคำที่ผมเข้าใจ คนในกลุ่มบางคนยกมือถามชายผู้นั้นยุ่งวุ่นวาย ผมมองผ่านกลุ่มคนชุดขาวออกไป....ไปยังกำแพงขาวจุดเดิม...
กำแพงขาวมีรอยแยกออก....
แสงภายนอกลอดเข้ามาให้เห็นเป็นเค้าจาง....โลกภายนอกสว่างและรางเลือน...
....ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว...

ผมลุกขึ้นจากมุมที่นั่งอยู่ ไม่มีใครสังเกต พวกเขายังคงห้อมล้อมซักไซ้ชายคนนั้น ความสนใจในตัวผมคงจะหายไปในที่ไหนสักแห่งระหว่างคำพูดของชายวัยกลางคน
ผมเริ่มเดิน....
และออกวิ่ง....

ทางเดินเป็นสีขาวหมดจด ไม่ต่างจากในห้อง
ผมเริ่มวิ่ง และวิ่งไม่หยุด ที่ปลายสุดของทางเดิน แสงสว่างอบอุ่นที่ผมคุ้นเคยทอแสงไรชวนเชิญให้ผมกลับไปอยู่ร่วมอีกครั้ง
....มาสิ...โผเข้ามาในอ้อมกอดของฉัน....แล้วปีกนั้นจะคืนแก่เธอ...
เสียงโหวกเหวกดังไล่มาจากทางด้านหลัง กลุ่มคนในชุดขาวคงรู้ตัวแล้ว พวกเขาส่งคนมาตามจับผมกลับไปอีกครั้ง
....ผมจะไม่กลับไปที่แห่งนั้นอีกแล้ว....
....ไม่ใช่สีขาวนั่นอีก....
ก้าวสุดท้ายหยุดลง ผมก้าวขึ้นไปบนขอบระเบียงขาว สัมผัสสุดท้ายของที่แห่งนี้ยังคงเย็นเยียบ หยาบกระด้าง....
ผมเงยหน้าขึ้นมอง อยู่ที่นั่นเอง....ท้องฟ้าครามสดใส หมู่เมฆนวลละมุน....
......มาสิ.....
ผมก้าวออกไป....
สู่อ้อมกอดของท้องฟ้าสีคราม....

สายลมแล่นฉิวเร็วกว่าที่เคยเป็น....
หลังของผมเริ่มรู้สึกเจ็บ ปีกสีขาวกำลังแทงตัวออกมาจากแผ่นหลัง....
ผมเงยหน้าขึ้นมอง....
ท้องฟ้าอยู่ใกล้เข้ามาทุกที.....

....แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาว....



บุรุษพยาบาลร่างใหญ่นายหนึ่งวิ่งมาตามทางเดิน หญิงที่วิ่งตามอยู่ข้างหลังคือพยาบาลสาวที่เพิ่งโทรไปแจ้งเขาเรื่องการหลบหนีของคนไข้รายหนึ่ง
เร็วหน่อยๆ!! หญิงสาวเร่ง ทั้งที่ตนอยู่รั้งท้าย เดี๋ยวเกิดทำอะไรบ้าๆขึ้นมาจะเดือดร้อนกันทั้งแผนก!!
ทั้งคู่หยุดชะงักเมื่อถึงปลายทางเดิน บนระเบียง ไม่มีวี่แววของคนไข้ที่เพิ่งหลบหนีมา
หรือว่า..... หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่ว เข่าแทบทรุดยืนไม่ไหว ไม่อยากชะโงกหน้าออกไปดูสิ่งที่เธอคาดว่าจะได้พบ...

บนพื้นระเบียงใกล้จุดที่พยาบาลสาวยืน....
ขนปีกที่หลุดร่วง...สีขาวบริสุทธิ์....นุ่มนวลราวปุยเมฆ...

...สวยงามกว่าขนนกชนิดไหนที่มนุษย์เคยเห็นมา....

----------------------------------------------------------------------
*Delusion (ความหลงผิด) คือความเชื่อผิดๆซึ่งไม่เหมาะสมกับความรู้ หรือภูมิหลังทางวัฒนธรรมของผู้ป่วย มีพื้นฐานมาจากการมีความเห็นเกี่ยวข้องกับโลกภายนอกไม่ถูกต้องและจะคงฝังอยู่แนบแน่น ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ด้วยหลักเหตุผลเหมือนคนปกติทั่วๆไปได้ พบในผู้ป่วยโรคจิตชนิดหลงผิด (delusional disorder) โรคจิตเภทชนิดหวาดระแวง หรือโรคจิตอื่นๆ
*Pseudologia fantastica คือผู้ป่วยเชื่อว่าจินตนาการของตนเป็นจริง และผู้ป่วยกระทำตามความเชื่อนั้น พบในโรคจิตเภทและโรคจิตอื่นๆ

edit @ 27 Mar 2008 22:23:25 by yukiran