story

doll.

posted on 08 Jun 2006 21:53 by cloud-nine  in story

บนถนนสายหนึ่ง
ในเมืองที่มักจะมีหิมะตกอยู่เสมอ
ยังมีร้านอยู่ร้านหนึ่ง...
เป็นร้านที่เก่าซอมซ่อพอดู
ตั้งอยู่บนมุมเล็กๆที่ไม่ค่อยจะมีใครสนใจมุมหนึ่งของถนน
ร้านที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆมักจะชี้ และรบเร้าให้พ่อแม่ของเธอเข้าไปเสมอ

ร้านนั้น....
คือร้านของช่างทำตุ๊กตา


ในวันหนึ่งที่เกล็ดหิมะยังคงโปรยปรายดังเช่นเคย
ช่างทำตุ๊กตานำตุ๊กตาตัวใหม่ของเขาไปวางที่ตู้โชว์หน้าร้าน
ตุ๊กตาของเขาคงสวยพอดู....เพราะมันเรียกผู้คนที่ผ่านไปมาให้หยุดดูได้อยู่จำนวนหนึ่ง....  

ผู้คนกลุ่มใหญ่....ในวันที่หนาวเหน็บ....
ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของตู้โชว์.....

ลมหายใจอุ่นๆรดลงบนแผ่นกระจกใสเกิดเป็นรอยฝ้าจางๆ



อีกฟากหนึ่งของกระจกที่เย็นชืด....
ตุ๊กตาที่ไร้ซึ่งลมหายใจถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
ลูกแก้วพลาสติกสีสวยที่ถูกยัดลงแทนดวงตาเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
รอยยิ้มที่ถูกวาดติดยังคงผลิยิ้มออกมาอย่างไร้เหตุผล  


ไม่มีใครรู้ว่าตุ๊กตาคิดอย่างไร


ถ้าพูดได้....
มันอาจอยากเป็นฝ่ายที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของกระจกนั่น
ถ้าพูดได้....
มันอาจอยากออกไปยืนท่ามกลางความเหน็บหนาวนั้น....เฝ้ามองลมหายใจที่ค่อยๆบิดตัวกลายเป็นไอหมอกในบรรยากาศ 

ถ้าพูดได้....
บางที....

มันอาจจะอยากมีลมหายใจ


เสียงผู้คนข้างนอกพร่ำพูดถึงผิวเรียบเนียนน่าสัมผัสของตุ๊กตาตัวสวย
...หรือเส้นผมละเอียดสีอ่อนที่ถูกจัดทรงไว้อย่างสวยงาม


มีเพียงเจ้าตุ๊กตาที่รู้
ว่าถ้าหากสัมผัสผิวที่เรียบสวยนี้แล้ว
สิ่งที่ตอบกลับบนปลายนิ้วคงเป็นเพียงความเย็นชืดจากกระเบื้องเคลือบแต้มสีนี้
มีเพียงเจ้าตุ๊กตาที่รู้
ว่าแท้จริงแล้ว....เส้นผมที่ดูละเอียดอ่อนนี้เคยเป็นใยสังเคราะห์หยาบกระด้างที่ถูกย้อมสีเคมีมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง....


และมีเพียงเจ้าตุ๊กตาที่รู้....
ว่าภายใต้รอยยิ้มน่าขันนี้.....
มีความปรารถนาอย่างหนึ่งที่อัดแน่นอยู่

ความปรารถนาที่จะมีชีวิต


ผู้คนที่รอบล้อมอยู่นอกกระจกบางตาลงแล้ว
พวกเขาจากตุ๊กตาตัวสวย
ตุ๊กตาที่ไร้ลมหายใจ

ไปหาสิ่งที่มีอารมณ์
มีความรู้สึก
ไปหาสิ่งที่มีชีวิตชีวามากกว่านี้


ช่างทำตุ๊กตาเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ
ทั้งความคิด...และความปรารถนาของตุ๊กตานั้น...แน่นอน...ว่าคนที่เป็นผู้สร้างย่อมรับรู้ได้
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำให้ความฝันของเจ้าตุ๊กตาเป็นจริง

แต่เพราะเขาทำไม่ได้ต่างหาก....  


เขาใส่ความสวยงามลงบนใบหน้าของตุ๊กตา
เขาใส่ความเรียบลื่นลงบนผิวกระเบื้องเคลือบของตุ๊กตา
เขาใส่ความอ่อนหวานลงบนชุดสีสวยของตุ๊กตา

เขาใส่ทุกอย่างเท่าที่จะใส่ได้

แต่ก็เป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น

เพราะไม่ว่าอย่างไร
เขาก็ไม่สามารถใส่ ลมหายใจ ลงไปในตัวคุ๊กตาได้

สุดท้ายแล้ว
ตุ๊กตาก็ยังคงเป็นได้แค่ตุ๊กตา

ไร้อารมณ์....ไร้ความรู้สึก...
เป็นเพียงสาวน้อยไร้วิญญาณที่ถูกจับแต่งตัวสวยเท่านั้น


ช่างทำตุ๊กตาหัวเราะปลงๆ
สุดท้ายเขาก็เป็นได้แค่นี้ล่ะ....

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้เก่าซอมซ่อ  ตรงไปยังที่ตั้งของตุ๊กตาตัวสวยนั้น

ไม่มีBlue fairy
ไม่มีไม้กายสิทธิ์ที่โบกขึ้นสามครั้ง แล้วจะทำให้เธอมีชีวิตหรอกนะ...สาวน้อยของฉัน

มีเพียงฉัน....เจ้าช่างทำตุ๊กตาโง่ๆคนนี้ล่ะ..... 


ฉันจะทำให้เธอมีชีวิตขึ้นมาเอง



หยดเลือดสีสดรินระเรื่อยผ่านบนแก้มเนียนของตุ๊กตา....  


ช่างทำตุ๊กตาเอนหลังพิงกับผนังอย่างอ่อนเพลีย ของเหลวสีแดงยังคงไหลหยดลงบนร่างเปราะบาง 

...ตื่นขึ้นมาสิ....แม่สาวน้อย... 
ช่างทำตุ๊กตายกแขนขึ้นเหนือร่างนั้น  บาดแผลที่เปิดอ้าเผยให้เห็นเส้นเลือดฉีกขาดที่ยังเต้นตุบๆ
หยดแต้มสีแดงถูกดูดซึมด้วยผ้าเนื้อดีจากชุดของตุ๊กตา ลูกไม้สีเข้มที่ขลิบระบายถูกย้อมเป็นสีแดง

ตื่นขึ้นมาสิ....แม่พิน็อคคิโอคนสวย....
นี่ไม่ใช่หรือ...?

.....สิ่งที่เธอต้องการ....

ชีวิต....
ลมหายใจ...
 

....เลือดเนื้อ.... 

ฉันกำลังให้เธออยู่นี่ไง.....
เพราะฉะนั้น........

ลืมตาขึ้นมารับลมหายใจของเธอซะสิ



ลมหายใจของช่างทำตุ๊กตาขาดห้วง...
สีของเลือดที่เคยดูสดกลับค่อยๆคล้ำลง
สติที่เคยมีอยู่ ค่อยๆถูกมือที่มองไม่เห็นดึงให้ห่างออกไปช้าๆ

ช่างทำตุ๊กตา....
กำลังยิ้ม... 

ในความคิดของเขา
ลมหายใจที่เขาละทิ้ง.... กำลังถูกถ่ายทอดลงยังร่างของตุ๊กตาในอ้อมแขน
มือหยาบกร้านเอื้อมออกไปปัดเส้นผมที่ปรกลงบนใบหน้าของตุ๊กตาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตอย่างทะนุถนอม.

แล้วเจอกันนะ....
ยามที่เธอลืมตาขึ้น...
แล้วเติบโตเป็นสาวสวย....

เป็นคนที่ผู้คนต่างเฝ้ามองอย่างชื่นชม....
เป็นคนที่ผู้คนปรารถนา....

ถึงตอนนั้น....
เธอคงเป็น...
สาวที่สวยที่สุดในเมืองแน่ๆเลย..... 



ในห้วงคำนึงสุดท้ายของช่างทำตุ๊กตา
ไม่ว่ามันจะเป็นความฝัน.....หรือความจริง....
สิ่งสุดท้ายที่ช่างทำตุ๊กตาเห็น
คือสีระเรื่อบนแก้มของร่างในอ้อมแขน
สัมผัสอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบาง
ดวงตากลมโตคู่สวยที่ค่อยๆหรี่ปรือขึ้นมอง
และรอยยิ้มอ่อนโยน ทว่าแสนเศร้า.... 

และถ้ามัจจุราชจะปราณี ต่อเวลาให้ช่างทำตุ๊กตาอีกนิด
เขาคงจะได้ยิน....
เสียงที่อ่อนหวานที่สุด เท่าที่เขาเคยได้ยินมา...กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู 

... ขอบคุณค่ะ... 



ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว!!!”                   แกตายได้สี่ห้าวันแล้วล่ะ...."
         
                                                            "ตอนตำรวจไปพบศพเข้า..."
              ที่ร้านตรงมุมถนนโน้นไง

เพราะเพื่อนบ้านไปแจ้งเข้านั่นล่ะ...ไม่งั้นก็ไม่มีใครรู้หรอก... 

ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว....

                                                    “ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว....  


                                                  
ช่างทำตุ๊กตาตายแล้ว....



ตำรวจได้รับแจ้งในสี่ห้าวันต่อมา
จากเพื่อนบ้านที่ร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นเน่าที่น่ารำคาญ

เมื่อไปถึง
ตำรวจพบศพของช่างทำตุ๊กตาในห้องน้ำ
ในมือกำมีดแกะสลักเล่มเล็กเอาไว้แน่น....

แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ....
ยังมีอีกศพหนึ่งที่นอนอยู่เคียงข้างไม่ห่างออกไป....

ศพของเด็กสาวหน้าตางดงามราวกับตุ๊กตา..... 



งานศพของช่างทำตุ๊กตาดำเนินไปอย่างราบเรียบในบ่ายวันหนึ่ง
ไม่มีคนร้องไห้
ไม่มีใครคร่ำครวญ

การจากไปของช่างทำตุ๊กตาเป็นเหมือนเพียงสิ่งหนึ่งที่ผ่านไป

เหมือนกับนกที่บินออกจากรัง
เหมือนกับหิมะที่หยุดตก

ผู้คนหันหลังกลับไปทำกิจวัตรดั่งเช่นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น


อีกที่หนึ่งไม่ไกลออกไป
งานศพอีกงานกำลังเริ่มขึ้น

งานศพของเด็กสาวนิรนาม

ผู้คนมากมายมาร่วมงานศพนั้น
บ้างเพื่อมาดูว่าเป็นญาติของตนที่สูญหายไป
บ้างเพื่อมาดูว่าเป็นคนรักของตนที่ไม่ได้พบกันร่วมสิบปี
เสียงร่ำไห้ดังขึ้นแผ่วเบาจากครอบครัวที่คิดว่าใช่
ก่อนที่ความโศกเศร้าจะแผ่ขจายไปทั่วบริเวณ.... 

ร่างบอบบางที่อยู่ในโลงไม้ดูราวกับว่าหลับไปเท่านั้น
ผิวขาวราวกับน้ำนม
แต่ก็ยังมีสีระเรื่อฝาด
ริมฝีปากอิ่มสีอ่อนที่ดูราวกับว่ากำลังอมยิ้มอยู่น้อยๆ

เสียงใครบางคนกล่าวขึ้นลอยๆในความเงียบ

หากเธอยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็....

เธอคงเป็นสาวที่สวยที่สุดในเมืองนี่แน่เลย....       

edit @ 27 Mar 2008 23:01:14 by yukiran

skyhigh.

posted on 15 Oct 2005 20:43 by cloud-nine  in story

ทุกอย่างที่นี่เป็นสีขาว

พื้น กำแพง เพดาน หรือแม้แต่ชุดที่ผมสวมใส่อยู่ ทั้งหมดล้วนเป็นสีขาว ขาวหมดจดไร้รอยตำหนิ สมบูรณ์แบบเกินจริง...
พื้นที่สีขาวคืบเคลื่อนกลืนกินบริเวณไปมากเท่าไหร่ไม่รู้....อาจเลาะเรื่อยไปถึงภายนอก....
ภายนอกของอะไรล่ะ? บางทีทั้งหมดอาจเหลือเพียงเท่านี้ โลกทั้งหมดเหลือเพียงเท่านี้ บางทีโลกทั้งหมดอาจกลายเป็นเพียงวัตถุทรงกลมสีขาว

สีขาวชืดชา...หยาบกระด้างเกินกว่าจะเรียกว่าบริสุทธิ์....

ผมนั่งอยู่ในพื้นที่สีขาวนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...
เวลาได้สูญสิ้นความหมายในตัวมันไปแล้ว เหลือสถานะอยู่เพียงก้อนคำไร้แก่นสารที่ฝังติดอยู่ในสมอง
สายตาของผมไม่ได้เจาะจงไปยังสิ่งใด ที่จริงแล้ว เพราะไม่มีสิ่งใดให้จับจ้องต่างหาก ทั้งหมดเป็นสีขาว ไม่ว่าจะหันไปทางใด บางครั้ง ผมคิดไปเองว่า ในความจริง อาจไม่มีสีสันใดปรากฏอยู่เลยก็ได้ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าอาจเป็นเพียงพื้นที่โล่งกว้างว่างเปล่า หรือที่จริง อาจเป็นประสาทตาของผมที่เสียการรับรู้ไปแล้ว

สีขาวทำให้ผมนึกถึงเมฆ...
ก้อนปุยสีขาวนุ่มนวลลอยเอื่อยอยู่บนฟ้าคราม บิดตัวสลายไปเมื่อคว้าจับ ทิ้งสัมผัสเบาบางหลงเหลือไว้บนฝ่ามือ
เมื่อครั้งที่ผมยังไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมจำได้ว่าเคยแหวกว่ายอยู่ในทะเลเมฆไม่รู้เบื่อ สายลมเย็นพัดเรื่อยผ่านใบหน้า อากาศบนท้องฟ้าเย็นสบายกว่าที่นี่นัก...
สีขาวของที่นี่ต่างออกไป...
สีขาวสะอาดหมดจด หยาบแข็งไร้ชีวิต ราวผิวซีดจางของคนตายที่มองเห็นสายเส้นเลือดคล้ำม่วง คนตายที่ดูดเอาชีวิตของสิ่งรอบข้างด้วยความมืดมนหดหู่....คนตายที่กำลังดูดเอาชีวิตไปจากผมทีละน้อย...

ผมอยากออกไปจากที่นี่

บางครั้ง กลุ่มคนในชุดขาวจะมาที่นี่....
พวกเขาก้าวออกมาจากกำแพงขาวด้านหนึ่ง ราวหลุดออกมาจากโลกอีกใบ - - โลกคู่ขนาน, ผมคิดในบางที กลุ่มคนในชุดขาวมีทั้งชายและหญิง ล้วนแต่งกายด้วยชุดสีขาวหมดจด หญิงบางคนสวมหมวกรูปร่างประหลาดบนศีรษะ ทุกคนในกลุ่มเรียกเธอเหล่านั้นด้วยสรรพนามที่ต่างออกไป.... คุณพยาบาล.... ผมเคยได้ยินชายคนหนึ่งในกลุ่มเรียกเช่นนั้น

คนกลุ่มนี้ตัดปีกของผมไป...

ผมเคยมีปีกสีขาวบริสุทธิ์คู่หนึ่งบนแผ่นหลัง
ด้วยปีกคู่นั้น ผมสามารถไปที่ใดก็ได้ตามต้องการ สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า กลุ่มมวลหมู่เมฆนวลตา ยอดเขาสูงที่ไม่มีใครเคยเหยียบย่าง หาดทรายนุ่มสวยบนเกาะร้างที่ตกสำรวจ

จนกระทั่งเมื่อผมมาที่นี่
พวกเขาตัดปีกของผมไปทันทีที่แรกเห็น....
การกระทำโหดร้ายทรมาน เมื่อผมถามถึงเหตุผล พวกเขากลับปฏิเสธการมีอยู่ของปีก กล่าวว่าพวกเขาไม่เคยทำการใดๆที่ผมว่าทั้งสิ้น กล่าวว่าผมไม่เคยมีปีกมาตั้งแต่แรก
คนพวกนั้นโกหก
บางที...พวกเขาอาจกำลังกลัว...
มนุษย์กลัวในสิ่งที่ตนไม่รู้จัก....กลัวในสิ่งที่ตนหาคำอธิบายไม่ได้....
พวกเขากลัวผม...
เพราะเหตุนี้....ผมถึงได้มาอยู่ในที่นี่
ในสีขาว...


อาการเป็นยังไง
วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่กลุ่มคนในชุดขาวมาที่นี่ ชายวัยกลางคนที่ดูจะเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยถามหญิงสวมหมวกประหลาดคนหนึ่ง เธอก้มลงมองกระดาษรายงานบนคลิปบอร์ดในมือ
เหมือนเดิมค่ะ ดูจะแย่กว่าตอนที่เข้ามาซะอีก วันๆไม่พูดจา เอาแต่จ้องผนังเอาเป็นเอาตาย
ให้TCAs?
ค่ะ 250มิลลิกรัมทุกสองชั่วโมงตามที่สั่งค่ะ
เพิ่มเป็น500แล้วเปลี่ยนเป็นฉีดทุกสี่ชั่วโมง เอ้า...นักศึกษา case study ของเราวันนี้มีอาการ delusional thinking, pseudologia fantastica เป็น schizophrenia ประเภท schizotype มีคนพบเร่ร่อนอยู่ข้างถนน จึงนำมารับการรักษา...
เสียงทุ้มต่ำกล่าวเรียบเรื่อย ไม่มีสักคำที่ผมเข้าใจ คนในกลุ่มบางคนยกมือถามชายผู้นั้นยุ่งวุ่นวาย ผมมองผ่านกลุ่มคนชุดขาวออกไป....ไปยังกำแพงขาวจุดเดิม...
กำแพงขาวมีรอยแยกออก....
แสงภายนอกลอดเข้ามาให้เห็นเป็นเค้าจาง....โลกภายนอกสว่างและรางเลือน...
....ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว...

ผมลุกขึ้นจากมุมที่นั่งอยู่ ไม่มีใครสังเกต พวกเขายังคงห้อมล้อมซักไซ้ชายคนนั้น ความสนใจในตัวผมคงจะหายไปในที่ไหนสักแห่งระหว่างคำพูดของชายวัยกลางคน
ผมเริ่มเดิน....
และออกวิ่ง....

ทางเดินเป็นสีขาวหมดจด ไม่ต่างจากในห้อง
ผมเริ่มวิ่ง และวิ่งไม่หยุด ที่ปลายสุดของทางเดิน แสงสว่างอบอุ่นที่ผมคุ้นเคยทอแสงไรชวนเชิญให้ผมกลับไปอยู่ร่วมอีกครั้ง
....มาสิ...โผเข้ามาในอ้อมกอดของฉัน....แล้วปีกนั้นจะคืนแก่เธอ...
เสียงโหวกเหวกดังไล่มาจากทางด้านหลัง กลุ่มคนในชุดขาวคงรู้ตัวแล้ว พวกเขาส่งคนมาตามจับผมกลับไปอีกครั้ง
....ผมจะไม่กลับไปที่แห่งนั้นอีกแล้ว....
....ไม่ใช่สีขาวนั่นอีก....
ก้าวสุดท้ายหยุดลง ผมก้าวขึ้นไปบนขอบระเบียงขาว สัมผัสสุดท้ายของที่แห่งนี้ยังคงเย็นเยียบ หยาบกระด้าง....
ผมเงยหน้าขึ้นมอง อยู่ที่นั่นเอง....ท้องฟ้าครามสดใส หมู่เมฆนวลละมุน....
......มาสิ.....
ผมก้าวออกไป....
สู่อ้อมกอดของท้องฟ้าสีคราม....

สายลมแล่นฉิวเร็วกว่าที่เคยเป็น....
หลังของผมเริ่มรู้สึกเจ็บ ปีกสีขาวกำลังแทงตัวออกมาจากแผ่นหลัง....
ผมเงยหน้าขึ้นมอง....
ท้องฟ้าอยู่ใกล้เข้ามาทุกที.....

....แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาว....



บุรุษพยาบาลร่างใหญ่นายหนึ่งวิ่งมาตามทางเดิน หญิงที่วิ่งตามอยู่ข้างหลังคือพยาบาลสาวที่เพิ่งโทรไปแจ้งเขาเรื่องการหลบหนีของคนไข้รายหนึ่ง
เร็วหน่อยๆ!! หญิงสาวเร่ง ทั้งที่ตนอยู่รั้งท้าย เดี๋ยวเกิดทำอะไรบ้าๆขึ้นมาจะเดือดร้อนกันทั้งแผนก!!
ทั้งคู่หยุดชะงักเมื่อถึงปลายทางเดิน บนระเบียง ไม่มีวี่แววของคนไข้ที่เพิ่งหลบหนีมา
หรือว่า..... หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่ว เข่าแทบทรุดยืนไม่ไหว ไม่อยากชะโงกหน้าออกไปดูสิ่งที่เธอคาดว่าจะได้พบ...

บนพื้นระเบียงใกล้จุดที่พยาบาลสาวยืน....
ขนปีกที่หลุดร่วง...สีขาวบริสุทธิ์....นุ่มนวลราวปุยเมฆ...

...สวยงามกว่าขนนกชนิดไหนที่มนุษย์เคยเห็นมา....

----------------------------------------------------------------------
*Delusion (ความหลงผิด) คือความเชื่อผิดๆซึ่งไม่เหมาะสมกับความรู้ หรือภูมิหลังทางวัฒนธรรมของผู้ป่วย มีพื้นฐานมาจากการมีความเห็นเกี่ยวข้องกับโลกภายนอกไม่ถูกต้องและจะคงฝังอยู่แนบแน่น ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ด้วยหลักเหตุผลเหมือนคนปกติทั่วๆไปได้ พบในผู้ป่วยโรคจิตชนิดหลงผิด (delusional disorder) โรคจิตเภทชนิดหวาดระแวง หรือโรคจิตอื่นๆ
*Pseudologia fantastica คือผู้ป่วยเชื่อว่าจินตนาการของตนเป็นจริง และผู้ป่วยกระทำตามความเชื่อนั้น พบในโรคจิตเภทและโรคจิตอื่นๆ

edit @ 27 Mar 2008 22:23:25 by yukiran